เครื่องโลหะ
Metalware

Wood Carving เครื่องโลหะMetalware

เครื่องโลหะแบ่งได้เป็นสองชนิดที่พบในเขตจังหวัดเชียงใหม่ได้แก่เครื่องเงิน และเครื่องทองเหลือง

๑.  หล่งผลิตเครื่องเงินที่พบในจังหวัดเชียงใหม่มีทั้งหมด ๒ แหล่ง คือ ชุมชนบ้านวัวลาย ตำบลหายยา อำเภอเมือง และ ชุมชนบ้านแม่ย่อย อำเภอสันทราย

“ชุมชนบ้านวัวลาย”  และบ้านศรีสุพรรณถือได้ว่าเป็นแห่งผลิตเครื่องเงินแหล่งใหญ่ของเมืองเชียงใหม่ที่มีการทำเครื่องเงินผลิตภัณฑ์เครื่องเงินของชุมชนบ้านวัวลายและบ้านศรีสุพรรณในอดีต มักนิยมทำสลุง (ขัน) เป็นหลัก คำว่าขันหรือสลุงของชาวล้านนานั้นเป็นภาชนะสำหรับตักน้ำ หรือใส่น้ำ โดยมีอยู่หลายชนิดด้วยกัน จึงมักเรียกชื่อแตกต่างกันไปตามรูปแบบและการใช้งาน กล่าวคือถ้ามีขนาดใหญ่และใช้เป็นคู่จะเรียกว่า “สลุงหาบ” ซึ่งเจ้านายและผู้มีฐานะดีในเมืองเชียงใหม่นิยมใช้ สลุงหรือโอขนาดกลางจะใช้เป็นขันล้างหน้า ส่วนสลุงขนาดเล็กที่ใช้สำหรับตักน้ำดื่มจะเรียกว่า “จอกน้ำ” นอกจากนี้ยังมีการทำผลิตภัณฑ์เครื่องเงินอีกหลายประเภท เช่น พานหรือขันดอก ตลับใส่ของ หีบหมาก เครื่องเชี่ยนหมาก และเครื่องประดับเป็นต้น สำหรับลวดลายที่ปรากฏอยู่บน สลุงเงินของบ้านวัวลาย เป็นลวดลายที่มีลักษณะเฉพาะและถือว่าเป็นลายแบบพื้นเมืองเชียงใหม่  ปัจจุบันการทำโลหะเครื่องเงิน เริ่มเป็นไปได้ยากขึ้น เนื่องจากเสียงที่เกิดจากการทำเครื่องเงินมีเสียงดัง ทำให้รบกวนชาวบ้านภายในชุมชนที่เริ่มมีการสร้างหอพัก ขึ้น และด้วยวัตถุดิบที่แพงขึ้นและหายาก

“ชุมชนบ้านแม่ย่อย” เป็นชุมชนที่ผลิตเครื่องเงินอีกแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ แต่เป็นแหล่งผลิตที่มีขนาดเล็กและมีช่างทำเครื่องเงินอยู่ไม่มากนัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองจึงไม่เป็นที่รู้จักเท่าใดนัก ประกอบกับชาวบ้านมีข้อจำกัดด้านเงินทุน เพราะวัตถุดิบคือ เงินเม็ด ที่ใช้ในการผลิตนั้นมีราคาสูง ด้วยเหตุนี้อาชีพการทำเครื่องเงินของบ้านแม่ย่อยได้หยุดชะงักไประยะหนึ่ง ต่อมาเมื่อกิจการค้าขายเครื่องเงินที่บ้านวัวลายและบ้านศรีสุพรรณดีขึ้น ร้านค้าที่บ้านวัวลายและบ้านศรีสุพรรณจึงได้จ้างให้ช่างเงินบ้านแม่ย่อยผลิตเครื่องเงินให้ ทำให้การผลิตเครื่องเงินที่บ้านแม่ย่อยได้รับการฟื้นฟูกลับมาทำการผลิตเครื่องเงินอีกครั้ง ดังนั้นทุกวันนี้ที่บ้านแม่ย่อยจึงยังคงมีการผลิตเครื่องเงินอยู่ แต่ช่างเงินของบ้านแม่ย่อยจะเข้ามารับจ้างทำเครื่องเงินให้ร้านค้าต่างๆ ในย่านชุมชนบ้านวัวลาย และบ้านศรีสุพรรณเป็นส่วนใหญ่การผลิตเครื่องเงินที่บ้านแม่ย่อยได้ทำสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ เดิมทีชาวบ้านจะทำเครื่องเงินเพื่อใช้เองในครัวเรือน หรือเพื่อถวายให้แก่วัด รวมถึงจำหน่ายให้กับชุมชนในบริเวณใกล้เคียง ผลิตภัณฑ์เครื่องเงินของบ้านแม่ย่อยแต่ดั้งเดิมจะทำเป็นขันหรือสลุง ซึ่งมีลักษณะคล้ายสลุงแบบพม่าของบ้านวัวลายแต่จะมีฝาปิด ส่วนลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของบ้านแม่ย่อย คือกลุ่ม “ลายแม่ย่อย” เป็นลายที่ชาวบ้านแม่ย่อยได้คิดทำขึ้นจึงตั้งชื่อลายตามหมู่บ้าน

๒.  เครื่องทองเหลือง หรือที่ชาวล้านนาเรียกว่า “คัวตอง” ถือเป็นงานหัตถศิลป์ที่มีความงดงามอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งชาวล้านนาไม่ค่อยนิยมเครื่องมือเครื่องใช้ หรือเครื่องประดับที่ทำจากทองเหลืองเท่าใดนัก แต่โดยมากแล้วมักจะพบงานทองเหลือง หรือคัวตองที่ใช้สำหรับเป็นเครื่องประดับตกแต่งอาคารศาสนสถาน เพราะชาวล้านนาถือว่า “วัด” เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ควรแก่การเคารพสักการะ ดังนั้นแทบทุกส่วนของอาคารสถาปัตยกรรมภายในวัดนั้นจะต้องมีการตกแต่งประดับประดาอย่างวิจิตรงดงาม เพื่อเป็นพุทธบูชาตามความเชื่อความศรัทธาในพุทธศาสนา โดยลวดลายของคัวตองที่ใช้ประดับตกแต่งนั้นจะเป็นลวดลายที่มีอยู่ในธรรมชาติ หรือลวดลายที่มีความหมายที่เป็นสิริมงคลช่วยเสริมให้ตัวอาคารสถาปัตยกรรมมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น และในความคิดของศรัทธาผู้สร้างอาจจะมีความเชื่อในเรื่องของ “บุญบารมี” ซึ่งชาวล้านนาเชื่อว่าการสร้างหรือถวายของให้กับวัด ผู้สร้างหรือผู้ถวายจะได้รับผลบุญทั้งในชาตินี้และภายภาคหน้า ยิ่งสิ่งที่สร้างหรือถวายนั้นมีความวิจิตรงดงามและมีคุณค่า ก็ยิ่งจะได้รับผลบุญมากขึ้นตามไปด้วย และนอกเหนือจากเรื่องของกุศลผลบุญแล้ว ผู้สร้างหรือผู้ถวายยังได้แสดงออกถึงฐานะของตนด้วย เพราะการที่จะสร้างอาคารสถาปัตยกรรมที่ประดับด้วยคัวตองนั้น ศรัทธาผู้สร้างหรือถวายจะต้องเป็นผู้มีฐานะดีพอสมควร เนื่องจากงานคัวตองนี้มีราคาที่ค่อนข้างสูง แหล่งผลิตเครื่องทองเหลืองในจังหวัดเชียงใหม่      พบอยู่ ๑ แหล่ง คือ

ชุมชนวัดพวกแต้ม อำเภอเมือง

วัดพวกแต้มปรากฏชื่อครั้งแรกในเอกสารแสดงรายชื่อวัดที่มีอยู่ในเวียงและนอกเวียงเชียงใหม่ ซึ่งมีผู้บันทึกไว้ในพับสาหรือใบลาน เมื่อปีพ.ศ. ๒๓๖๓ นอกจากนี้ชื่อของวัดยังทำให้สันนิษฐานถึงผู้สร้างได้ เพราะคำว่า “พวก” เป็นยศของขุนนางซึ่งหมายถึงหัวหน้าหมู่ พวกแต้ม จึงน่าจะเป็นขุนนางที่มีหน้าที่ควบคุมทางด้านการช่างคือ “ช่างแต้ม” ที่หมายถึงผู้เขียนงานจิตรกรรมหรืองานลายคำ โดยมีวัดที่มีชื่อคล้ายกันนี้ในเวียงเชียงใหม่ เช่น วัดพวกเปีย วัดพวกหงส์ และวัดพวกช้าง เพราะกล่าวกันว่าในสมัยโบราณเวลาที่ทหารทำสงครามชนะ เมื่อกลับมาจะได้รับการปูนบำเหน็จรางวัล ก็มักจะนำเงินที่ได้ไปสร้างวัดด้วยความศรัทธาในพุทธศาสนา และเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร วัดที่สร้างขึ้นอาจใช้ชื่อของตนเอง เช่น วัดหมื่นตูม วัดหมื่นสาร วัดพ้นอ้น และวัดพันแหวน  หรืออาจใช้ชื่อกรมกองที่สังกัดรวมทั้งตำแหน่งหน้าที่ที่รับผิดชอบอย่าง วัดพวกแต้ม และวัดพวกช้าง เป็นต้น

ชุมชนวัดพวกแต้มเป็นชุมชนช่างฝีมือมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งในปัจจุบันยังคงมีการผลิตเครื่องทองเหลืองหรือที่เรียกกันว่า “คัวตอง” รูปแบบต่างๆทั้งที่เป็นงานพุทธศิลป์ สำหรับประดับตกแต่งอาคาร ศาสนสถาน และที่เป็นงานหัตถศิลป์ สำหรับเป็นเครื่องประดับ

บ้านพวกแต้ม ตำบลพระสิงห์ เป็นอีกที่หนึ่งที่มีงานประเภทโลหะ คือ งานคัวตอง ซึ่งงานคัวตองจะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ งานคัวตอง ด้านพุทธศิลป์ เป็นงานที่ถูกทำขึ้นเพื่อรับใช้พุทธศาสนาเพื่อนำไปประดับตกแต่งอาคารทางพุทธศาสนาให้เกิดความสมบูรณ์ สวยงาม ทางองค์ประกอบของคติความเชื่อทางศาสนา เช่น พุ่มดอกไม้เงิน พุ่มดอกไม้ทอง และที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของวัดพวกแต้มคือ ฉัตร และ สัปทน งานคัวตองประเภทนี้ถูกถ่ายทอดจากอดีตเจ้าอาวาท จนปัจจุบันได้รับการสืบทอดโดย พระครูปฏิภาณธรรมพิศิษฏ์ (เนตร สิริจนฺโท) ซึ่งในปัจจุบันยังได้จัดตั้งกลุ่มช่างผลิตงานขึ้นภายในวัดพวกแต้ม  งานคัวตอง ด้านหัตถศิลป์ คือ งานคัวตองที่ใช้ในการประดับตกแต่งร่างกาย งานดอกไม้ไหว ที่นำไปใช้ในงานฟ้อนรำ ที่เรียกว่าฟ้อนเล็บ